เธอผู้เป็นเช่นเพลงรัก
posted on 14 Feb 2010 00:14 by panugan
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเพลงคุ้นหูจากโทรศัพท์ข้างเตียง มันไม่ใช่เพลงสุดฮิตที่คนร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนั้น มันเป็นเพลงธรรมดา แต่ว่ามีความหมาย
เพลงที่ผมกับเธอร่วมกันร้อง
เอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ ผมตาสว่างทันทีเมื่อรู้ว่าปลายคือเจ้าของเสียงเดียวกับเสียงเมื่อครู่
เสียงปลายสายยังคงสดใสเหมือนเคย ทุกเสียง ทุกคำพูดทำให้ผมรับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงเจือเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจางๆผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์มาด้วยตลอดการสนทนา
จินตนาการไม่ยากเลยว่าเธอคงร่าเริงดั่งเช่นทุกครั้งที่เราได้คุยกัน
หลังวางหูผมหยิบกีตาร์คู่ใจ กรีดสาย บรรเลงทำนองสดใสแปลกหู หยิบกระดาษ ปากกาจดไว้คร่าวๆ
ภาพวันเก่าๆฟุ้งกระจาย
ผมนึกสภาพตัวเองเมื่อหนึ่งปีก่อนไม่ออก แต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงแจ่มชัดและสัมผัสได้ ช่วงเวลาที่ชีวิตนี้ผมคงไม่มีวันลืม
ผมพบผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นดั่งเช่นเพลงหวาน ที่ใครต่อใครอาจตกหลุมรักได้ง่ายๆแม้ได้ยินแค่เพียงโน๊ตตัวแรก ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ตกหล่มหลุมลุ่มหลงไปกับท่วงทำนองอ่อนหวานแสนไพเราะนั้น
เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ผมจับปากกาเขียนเพลงแรกในชีวิต
แต่ในท้ายที่สุดผมก็พบว่า สำหรับเธอ ผมเป็นเพียงเพลงที่เธอร้องไม่ได้ ไม่สิ เป็นเพลงที่เธอไม่คิดแม้แต่จะฟังเสียด้วยซ้ำ
เงียบเหงา ว่างเปล่า แม้แต่เพลงเศร้าก็เขียนไม่ได้
ผมละทิ้งทุกอย่าง ทิ้งกีตาร์ให้ฝุ่นเกาะจนหนา รอยด้านกระด้างที่นิ้วมือค่อยๆจางหายไป ผมทิ้งปากกาและกระดาษที่เปื้อนคราบหยาดน้ำตาไว้ในลิ้นชักส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ผมไม่อยากได้ยิน ไม่อยากได้ยินเพลงรักใดๆทั้งสิ้น ไม่อยากได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจผมเอง
ปล่อยตัวจนจ่อมกับความเศร้าไร้ขอบเขต เข็มนาฬิกาเคลื่อนช้าจนทบจะรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนผ่านแต่ละเสี้ยวของห้วงเวลา
หกเดือนที่แสนนาน
จนกระทั่งเธอคนนั้นได้ผ่านเข้ามา
เธอเป็นดั่งเช่นเพลงที่ผมไม่เคยรู้จัก ความน่ารักและความสดใสของเธอมีพลังอย่างประหลาด
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอช่วยเยียวยารักษาหัวใจและแง้มลิ้นชักที่ปิดตายให้เปิดออก
ผมรู้ได้ทันทีว่าผมรักเธอ
และเธอก็รักผมเช่นกัน
ดั่งสายกีตาร์ที่ต่างอยู่โดดเดี่ยวแต่สั่นสะเทือนด้วยท่วงทำนองสอดประสานคล้องจองไปด้วยกัน เธอทำให้ความฝันและความหวังของผมกลับฟื้นคืนมา ทำให้ผมกล้าจับกีตาร์และปากกาอีกครั้ง
ความรักของเธอโอบกอดผมจากทางด้านหลังพลางจับมือผมอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
เราร่วมกันเขียนเพลงนั้นขึ้นมาและร้องเล่นกีตาร์กันอย่างสนุก
หกเดือนหลังที่แสนสุข
ปัจจุบันมีเพลงที่ผมเขียนไว้หลายเพลง ส่วนใหญ่ก็ได้แรงบันดาลใจจากเธอ
ว่ากันว่าถ้ามีความรักจะเขียนเพลงรักได้นับสิบเพลง ถ้าอกหักจะเขียนเพลงรักได้นับร้อยเพลง แต่การมีรักครั้งใหม่ก็เขียนเพลงรักได้มากมายไม่แพ้กัน
จากถ้อยทำนองแปลกหูที่ผมไม่เคยรู้จัก กลายเป็นเพลงรักเพลงเดียวที่ผมจะรักตลอดไป
"เธอผู้เป็นเช่นเพลงรักของผม"
เพลงที่ผมกับเธอร่วมกันร้อง
เอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ ผมตาสว่างทันทีเมื่อรู้ว่าปลายคือเจ้าของเสียงเดียวกับเสียงเมื่อครู่
เสียงปลายสายยังคงสดใสเหมือนเคย ทุกเสียง ทุกคำพูดทำให้ผมรับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงเจือเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจางๆผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์มาด้วยตลอดการสนทนา
จินตนาการไม่ยากเลยว่าเธอคงร่าเริงดั่งเช่นทุกครั้งที่เราได้คุยกัน
หลังวางหูผมหยิบกีตาร์คู่ใจ กรีดสาย บรรเลงทำนองสดใสแปลกหู หยิบกระดาษ ปากกาจดไว้คร่าวๆ
ภาพวันเก่าๆฟุ้งกระจาย
ผมนึกสภาพตัวเองเมื่อหนึ่งปีก่อนไม่ออก แต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงแจ่มชัดและสัมผัสได้ ช่วงเวลาที่ชีวิตนี้ผมคงไม่มีวันลืม
ผมพบผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นดั่งเช่นเพลงหวาน ที่ใครต่อใครอาจตกหลุมรักได้ง่ายๆแม้ได้ยินแค่เพียงโน๊ตตัวแรก ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ตกหล่มหลุมลุ่มหลงไปกับท่วงทำนองอ่อนหวานแสนไพเราะนั้น
เธอเป็นแรงบันดาลใจให้ผมจับปากกาเขียนเพลงแรกในชีวิต
แต่ในท้ายที่สุดผมก็พบว่า สำหรับเธอ ผมเป็นเพียงเพลงที่เธอร้องไม่ได้ ไม่สิ เป็นเพลงที่เธอไม่คิดแม้แต่จะฟังเสียด้วยซ้ำ
เงียบเหงา ว่างเปล่า แม้แต่เพลงเศร้าก็เขียนไม่ได้
ผมละทิ้งทุกอย่าง ทิ้งกีตาร์ให้ฝุ่นเกาะจนหนา รอยด้านกระด้างที่นิ้วมือค่อยๆจางหายไป ผมทิ้งปากกาและกระดาษที่เปื้อนคราบหยาดน้ำตาไว้ในลิ้นชักส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ผมไม่อยากได้ยิน ไม่อยากได้ยินเพลงรักใดๆทั้งสิ้น ไม่อยากได้ยินแม้กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจผมเอง
ปล่อยตัวจนจ่อมกับความเศร้าไร้ขอบเขต เข็มนาฬิกาเคลื่อนช้าจนทบจะรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนผ่านแต่ละเสี้ยวของห้วงเวลา
หกเดือนที่แสนนาน
จนกระทั่งเธอคนนั้นได้ผ่านเข้ามา
เธอเป็นดั่งเช่นเพลงที่ผมไม่เคยรู้จัก ความน่ารักและความสดใสของเธอมีพลังอย่างประหลาด
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอช่วยเยียวยารักษาหัวใจและแง้มลิ้นชักที่ปิดตายให้เปิดออก
ผมรู้ได้ทันทีว่าผมรักเธอ
และเธอก็รักผมเช่นกัน
ดั่งสายกีตาร์ที่ต่างอยู่โดดเดี่ยวแต่สั่นสะเทือนด้วยท่วงทำนองสอดประสานคล้องจองไปด้วยกัน เธอทำให้ความฝันและความหวังของผมกลับฟื้นคืนมา ทำให้ผมกล้าจับกีตาร์และปากกาอีกครั้ง
ความรักของเธอโอบกอดผมจากทางด้านหลังพลางจับมือผมอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
เราร่วมกันเขียนเพลงนั้นขึ้นมาและร้องเล่นกีตาร์กันอย่างสนุก
หกเดือนหลังที่แสนสุข
ปัจจุบันมีเพลงที่ผมเขียนไว้หลายเพลง ส่วนใหญ่ก็ได้แรงบันดาลใจจากเธอ
ว่ากันว่าถ้ามีความรักจะเขียนเพลงรักได้นับสิบเพลง ถ้าอกหักจะเขียนเพลงรักได้นับร้อยเพลง แต่การมีรักครั้งใหม่ก็เขียนเพลงรักได้มากมายไม่แพ้กัน
จากถ้อยทำนองแปลกหูที่ผมไม่เคยรู้จัก กลายเป็นเพลงรักเพลงเดียวที่ผมจะรักตลอดไป
"เธอผู้เป็นเช่นเพลงรักของผม"